โดย dp6admin
เนื้อหา

มีการกล่าวถึงผู้ที่โง่เขลาว่าเป็น "ผู้ที่อยู่ห่างไกลจากความรู้" ราวกับว่ามีระยะห่างระหว่างตัวเขากับความรู้ และสำหรับผู้ที่สติปัญญาว่างเปล่าจากความรู้แต่ตระหนักถึงคุณค่าของมัน เขาจะมองเห็นว่าระหว่างตัวเขากับผู้รู้นั้นเปรียบเสมือนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ และมองเห็นผู้รู้เป็นดั่งโอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์อยู่ ณ ที่ไกลลิบตา พร้อมกับความปรารถนาที่จะข้ามผ่านทะเลทรายนั้นไปให้ถึง...

เขียนโดย ชัยคฺริฎอ อะหฺมัด สมะดี

นักศึกษาบางคนอ่านหนังสือมากมายและเชื่อว่าตนเข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงนำมาอ้างอิงและคัดลอก พร้อมทั้งประกาศตนเป็นผู้นำในศาสตร์นั้นๆ ทว่าผู้น่าสงสารเหล่านั้นกลับได้ประสบเพียงการหลงตัวเองในสิ่งที่รวบรวมมา การภาคภูมิใจในความเข้าใจของตน การปฏิเสธที่จะรับความรู้จากผู้อื่น การละเลยการเรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป การขาดความละเอียดถี่ถ้วนในการอ่านตัวบท ความรีบร้อนในการทำความเข้าใจ และสิ่งที่พวกเขาเข้าใจว่าเป็นความรู้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้เล่มนั้นก็เป็นเพียงความคิดเห็นลอยๆ มิใช่ความเข้าใจที่แท้จริง

เราได้ประสบกับสภาวะเช่นนี้ในช่วงเริ่มต้นของการศึกษา ก่อนเข้าชั้นเรียนเรามักอ่านหนังสือหรือตำราและคิดว่าเราเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ จนกระทั่งได้ศึกษากับคณาจารย์และผู้ทรงความรู้ เราจึงตระหนักถึงข้อบกพร่องและความไม่สมบูรณ์ในความเข้าใจของเรา การใช้เวลาในการอ่านและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ โดยไม่รีบด่วนสรุปความหมายและเจตนารมณ์ จึงเป็นก้าวแรกในการก้าวพ้นจากความโง่เขลาและความไม่แตกฉาน

สภาพของผู้อ่านและผู้อ้างความเข้าใจจำนวนมากคือ พวกเขาถือว่าทุกสิ่งที่ตนเข้าใจจากตัวบทคือเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผู้เขียน พวกเขารีบสรุปและดูแคลนผู้ที่เห็นต่าง ส่วนใหญ่ถูกครอบงำด้วยความรีบร้อน จึงไม่เห็นสิ่งใดนอกจากตัวบทที่ตนอ่านและอ้างว่าเข้าใจ เมื่อถูกท้วงติงด้วยตัวบทอื่น ก็พยายามตีความและบิดเบือนให้สอดคล้องกับความเข้าใจของตน เมื่อถูกคัดค้านด้วยตัวบทอื่นอีก ก็ปฏิเสธมัน และเมื่อถูกโต้แย้งด้วยตัวบทที่สาม ก็ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง บางครั้งถึงขั้นกล่าวหาว่าตัวบทที่ไร้ที่ติกลับมีข้อผิดพลาด หรือยืนยันว่าตัวบทที่บกพร่องกลับถูกต้อง

เราได้เห็นกลุ่มคนเหล่านี้ที่ความไม่แตกฉานในภาษาอาหรับปรากฏชัดทั้งต่อตนเองและผู้อื่น พวกเขาไม่สามารถเขียนภาษาอาหรับให้ถูกต้องทั้งโครงสร้างและความหมาย ภาษาอาหรับของพวกเขาเปรียบเสมือนบ้านร้างหรือเสื้อผ้าขาดวิ่น เมื่ออ่านวลีหนึ่ง ก็ตัดขาดจากบริบทที่มาก่อนและหลัง เมื่อถูกท้วงติงด้วยบริบท ก็นิ่งเงียบ และเมื่อถูกทบทวนด้วยหลักภาษา ก็ตกตะลึง ถึงขั้นเขียนสิ่งหนึ่งแต่กลับยืนยันสิ่งที่ตรงข้าม แปลงร้อยแก้วให้เป็นบทกวีและทำให้บทกวีกลายเป็นร้อยแก้ว!

คุณลักษณะเหล่านี้จะพบได้เฉพาะในผู้ที่ถูกกีดกันจากความรู้อันกระจ่างชัด และถูกผลักไสจากความเข้าใจอันบริสุทธิ์ จึงมีทะเลทรายแห่งความโง่เขลาขวางกั้นระหว่างเขากับความรู้ซึ่งยากจะข้ามผ่าน เพราะเขาวนเวียนอยู่ในทะเลทรายนั้นโดยไม่พยายามข้ามพ้น เดินช้าๆ ระหว่างเนินทรายและภูเขา ขึ้นเนินและลงหุบเขา แล้วเริ่มต้นใหม่ทุกวัน หรือแม้แต่ตลอดชีวิต ไม่มีร่องรอยของความรู้ปรากฏบนตัวเขา มีแต่ความเศร้าหมองของผู้เดินทางไร้จุดหมายและความทุกข์ยากของผู้เร่ร่อนไม่หยุดพักปรากฏบนใบหน้า
-------

มีการกล่าวถึงผู้ที่โง่เขลาว่าเป็น "ผู้ที่อยู่ห่างไกลจากความรู้" ราวกับว่ามีระยะห่างระหว่างตัวเขากับความรู้ และสำหรับผู้ที่สติปัญญาว่างเปล่าจากความรู้แต่ตระหนักถึงคุณค่าของมัน เขาจะมองเห็นว่าระหว่างตัวเขากับผู้รู้นั้นเปรียบเสมือนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ และมองเห็นผู้รู้เป็นดั่งโอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์อยู่ ณ ที่ไกลลิบตา พร้อมกับความปรารถนาที่จะข้ามผ่านทะเลทรายนั้นไปให้ถึง

ด้วยมุมมองเช่นนี้ ผู้ที่แสวงหาความรู้จึงประเสริฐกว่าผู้ที่โง่เขลา เพราะเขาเห็นทะเลทรายแห่งความโง่เขลาและตั้งใจที่จะข้ามผ่านมันไป แม้ต้องใช้เวลายาวนาน ส่วนผู้ที่โง่เขลาคือผู้ที่มองไม่เห็นทะเลทรายที่คั่นกลางระหว่างตัวเขากับความรู้และผู้รู้ และไม่เคยคำนึงถึงระยะทางที่ต้องก้าวข้ามเพื่อไปถึงระดับของความรู้และบรรดาผู้รู้ แต่ผู้ที่น่าสงสารยิ่งกว่านั้นคือผู้ที่มองเห็นทะเลทรายระหว่างตัวเขากับความรู้เป็นเพียงลานกว้างสำหรับเล่นสนุกกับความโง่เขลาและความผิดพลาดของตน ดังนั้นเขาจึงยืนนิ่งอยู่ในทะเลทรายนั้น ติดอยู่ในห้วงเวลาซึ่งเป็นพื้นที่และขอบเขตของความโง่เขลา โดยไม่พยายามก้าวข้ามด้วยการศึกษาเรียนรู้ และไม่ตระหนักถึงความลึกและความไกลของมันเพื่อเตรียมพร้อม
------
#อ่านต่อยาวๆ ในรูปแบบไฟล์ PDF 
https://drive.google.com/file/d/18sJEs8yDhShh6OR3f7co_7PEKgAAwxt0
 

วีดีโอ/ไฟล์เสียง :
ทะเลทรายแห่งความโง่เขลา