- ความบริสุทธิ์ใจในการทำงานศาสนา: แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดในการทำงานศาสนาเพื่อฟื้นฟูสังคม ท่านทำหน้าที่โดยไม่หวังผลตอบแทนหรือทรัพย์สินใดๆ และเมื่อท่านจากไป ท่านไม่ได้ทิ้งมรดกที่เป็นทรัพย์สินไว้ แต่กำชับให้ทรัพย์สินที่เหลืออยู่เป็นศ่อดะเกาะฮฺ (การบริจาค) ทั้งหมด
- ชีวิตของท่านนบีคือสิ่งมหัศจรรย์ (มุอฺจิซาต): การที่ท่านนบีไม่เคยพูดโกหกเลยตลอดชีวิต เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ว่าอัลกุรอานที่ท่านนำมานั้นเป็นสัจธรรมจากพระเจ้าอย่างแท้จริง
- คำเตือนสำหรับผู้ปฏิเสธ: อายะฮฺนี้ระบุว่าผู้ใดก็ตามที่ปฏิเสธสัจธรรมนี้ "ไฟนรกคือสัญญาของเขา" และย้ำเตือนว่าอย่าได้สงสัยในความเป็นสัจธรรมของมัน แม้ว่ามนุษย์ส่วนใหญ่จะไม่ศรัทธาก็ตาม
- สลัฟท่านหนึ่งได้กล่าวว่า "จงสอนให้เปล่า (ไม่คิดค่าตอบแทน) เช่นที่ท่านได้รับความรู้มาเปล่า (ฟรี)" -- ไม่เรียกค่าตอบแทนในการสอนศาสนา เช่นเดียวกับที่ได้เรียนมาโดยไม่เสียค่าตอบแทน
قُل لَّا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا ۖ
6:90 จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า ฉันจะไม่ขอต่อพวกท่านซึ่งค่าจ้างใด ๆ ในการใช้ให้ศรัทธาต่ออัลกุรอาน
แบบอย่างการทำงานศาสนาของท่านนบี ﷺ
- การทำงานศาสนาของท่านนบี ท่านเป็นทั้งผู้ถ่ายทอดคำสอนของอัลลอฮฺ เพื่อฟื้นฟูสังคม โดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ และท่านจากไปโดยไม่ได้ทิ้งมรดก(ทรัพย์สิน)ใดๆ และกำชับว่าทรัพย์สินของท่านที่ทิ้งไว้นั้นให้เป็นศ่อดะเกาะฮฺทั้งหมด -- นบีสั่งเสียไว้กับศ่อฮาบะฮฺ โดยท่านหญิงฟาติมะฮฺไม่รู้ จึงไปทวงถามที่ดินผืนหนึ่งของท่านนบี(ฟะดัก)
- ท่านนบีบริสุทธิ์ในการทำงานศาสนาจริงๆ ไม่มีอะไรแอบแฝง ท่านมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของอัลลอฮฺตะอาลาอย่างตรงไปตรงมา
- ชีวิตของท่านนบีเป็นมุอฺจิซาตหนึ่ง ที่พิสูจน์ความสัจจริงของกุรอาน (ท่านไม่เคยพูดโกหกเลย)
أَفَمَن كَانَ عَلَىٰ بَيِّنَةٍ مِّن رَّبِّهِ وَيَتْلُوهُ شَاهِدٌ مِّنْهُ وَمِن قَبْلِهِ كِتَابُ مُوسَىٰ إِمَامًا وَرَحْمَةً ۚ أُولَٰئِكَ يُؤْمِنُونَ بِهِ ۚ وَمَن يَكْفُرْ بِهِ مِنَ الْأَحْزَابِ فَالنَّارُ مَوْعِدُهُ ۚ فَلَا تَكُ فِي مِرْيَةٍ مِّنْهُ ۚ إِنَّهُ الْحَقُّ مِن رَّبِّكَ وَلَٰكِنَّ أَكْثَرَ النَّاسِ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿١٧﴾
11:17 ดังนั้น ผู้ที่อยู่บนหลักฐานอันชัดแจ้งจากพระเจ้าของเขา และผู้เป็นพยานจากพระองค์จะสาธยายมัน และก่อนนั้นมีคัมภีร์ของมูซาเป็นแนวทางและเป็นความเมตตา ชนเหล่านั้นศรัทธาต่อมัน(อัลกุรอาน/นบีมุฮัมมัด) และผู้ใดจากพรรคต่าง ๆ ปฏิเสธศรัทธาต่อมันไฟนรกคือสัญญาของเขา ดังนั้นเจ้าอย่าได้อยู่ในการสงสัยมันเลย แท้จริงมันเป็นสัจธรรมจากพระเจ้าของเจ้า แต่ทว่ามนุษย์ส่วนใหญ่จะไม่ศรัทธา
- ทุกคนมีหลักฐานชัดแจ้งในตัวว่ามีพระเจ้า และพยานที่จะมาสมทบหลักฐานก็คือท่านนบีมุฮัมมัด
- บีฮี (ต่อมัน) "ฮี" หมายถึง 1- อัลกุรอาน หรือ 2- ท่านนบีมุฮัมมัด --- สัจธรรมจากอัลลอฮฺและจากท่านนบี มาจากแสงสว่างเดียวกัน แยกจากกันไม่ได้
11:17 และผู้ใดจากพรรคต่าง ๆ ปฏิเสธศรัทธาต่อมันไฟนรกคือสัญญาของเขา
أن رسول الله - صلى الله عليه وسلم - قال : " لا يسمع بي أحد من هذه الأمة ، ولا يهودي ولا نصراني ، فلا يؤمن بي إلا دخل النار " . فجعلت أقول : أين مصداقه في كتاب الله ؟ قال : وقلما سمعت عن رسول الله - صلى الله عليه وسلم - إلا وجدت له تصديقا في القرآن ، حتى وجدت هذه الآية : ( ومن يكفر به من الأحزاب فالنار موعده ) قال : " من الملل كلها " .
ท่านนบีกล่าวว่า "ไม่มีใครในประชาชาตินี้ ได้ยินชื่อข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นยะฮูดีหรือนัศรอนี แล้วไม่ศรัทธาต่อข้าพเจ้า เว้นแต่จะเข้านรก"
-- อุละมาอฺบอกว่า อุมมะฮฺของท่านนบีมี 2 ประเภทคือ
1- อุมมะตุดดะอฺวะฮฺ - กลุ่มที่ท่านนบีเผยแพร่อิสลามแก่เขา คือมนุษย์ทุกคน รวมถึงยะฮูดี นัศรอนีด้วย -- ถ้าพิสูจนืแล้วว่าเขาได้ยินชื่อของท่านนบี (เรื่องราวของอิสลามโดยไม่บิดเบือนหรือสับสนในการรับรู้) แล้วไม่รับ วันกิยามะฮฺไม่รอด
2- อุมมะตุลอิจาบะฮฺ - อุมมะฮฺที่ท่านนบีดะอฺวะฮฺแล้วตอบรับท่านนบี
11:17 ดังนั้นเจ้าอย่าได้อยู่ในการสงสัยมันเลย
- ปัญหาใหญ่ของเยาวชนปัจจุบันคือ "สงสัยต่ออัลกุรอานและศาสนา" จึงแบ่งได้เป็ฯ 3 กลุ่ม
1- อีมานมั่นคง เมื่อมีข้อสงสัยก็ปัดทิ้งไป กล่าว "อามันตุบิลลาฮฺ" "อะอูซุบิลลาฮ..." หรืออ่านกุลฮุวัลลอฮุอะฮัด (ซูเราะฮฺอัลอิคลาศ)
2- อีมานมั่นคง แต่บางทีก็คล้อยตามความสงสัย อยากลองอยากรู้ ลองไปฟังความคิดนู้นความคิดนี้ จงอีมานไม่มั่นคง
3- อีมานไม่มั่นคง
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 115 views