- ความแตกต่างระหว่าง "รุยา" หรือฝันดีที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า กับฝันร้ายที่มาจากชัยตอน ผู้ที่จะทำนายฝันได้ดีต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และรักษาความสัตย์จริงเป็นนิจ
- หน้าที่ของมุสลิมในการ เผยแพร่ความดี และการตักเตือนกันและกัน โดยไม่นิ่งเฉยเมื่อเห็นผู้อื่นกระทำผิดหรือหลงทางจากแนวทางที่เที่ยงตรง
- มารยาทและการครองตนในสังคม
.
- ทบทวน - บาปที่อัลลอฮฺเตือนไม่ให้ผู้ศรัทธากระทำคือ การโกหกมดเท็จ, โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับบทบัญญัติศาสนา ผู้ศรัทธาต้องพูดจริง มีความสัตย์จริง
11:18 และผู้ใดเล่าที่จะอธรรมยิ่งไปกว่าผู้ที่อุปโลกน์ความเท็จต่ออัลลอฮฺ ชนเหล่านั้นจะถูกนำมาเสนอต่อพระเจ้าของพวกเขาและบรรดาพยานจะกล่าวว่า พวกเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่กล่าวเท็จต่อพระเจ้าของพวกเขา พึงรู้เถิด การสาปแช่งของอัลลอฮฺจะได้แก่บรรดาผู้อธรรม
- การทำนายฝัน (รุยา); รุกยะฮฺ - ดุอาอฺ
-- ฝันที่มาจากอัลลอฮฺ เรียกว่า รุอฺยา - มีความชัดเจน จำได้แม่นยำ
-- ฝันที่ไม่ได้มาจากอัลลอฮฺ เรียกว่า ฮุลุม
- จะรู้ได้ยังไงว่าฝันเป็น รุอฺยาหรือฮุลุม ? ฝันที่สร้างความหวาดกลัว ผวา ความระแวง มาจากชัยฏอน ถ้าฝันร้ายอย่ากลัว
- รุอฺยาเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นนบี จะฝันรุอฺยาบ่อย ท่านนบีเคยเป็น
- ลักษณะของรุอฺยา อาจจะชัดเจนหรือต้องตีความ
- การตีความรุอฺยา(ทำนายฝัน) ต้องใช้ความรู้จากอัลกุรอานและหะดีษ ในกุรอานเรียกว่า "ฟุตยา" หรือ "ฟัตวา"
- คนที่จะทำนายฝัน ยิ่งมีความสัตย์จริง การทำนายของเขายิ่งแม่นยำ
- อ่านกุรอ่านบ่อยๆ จะทำให้คุ้นเคยกับความจริง ไม่ชอบโกหก
- ความจริงที่มี จะไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่บอกคนอื่นให้รู้ความจริง (สัจธรรม), เคร่งคนเดียวไม่พอ
الَّذِينَ يَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ اللَّهِ وَيَبْغُونَهَا عِوَجًا وَهُم بِالْآخِرَةِ هُمْ كَافِرُونَ ﴿١٩﴾
11:19 บรรดาผู้กีดขวางทางของอัลลอฮฺและพวกเขาใคร่ที่จะให้มันคดเคี้ยว และพวกเขาสำหรับโลกอาคิเราะฮฺนั้นพวกเขาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา
- รู้แต่ไม่บอก ต้องรับผิดชอบ, เตาบัตแล้วต้องรับผิดชอบ ชักชวนคนอื่นด้วย
อุมัร "ข้าพเจ้าแปลกใจ เหตุใดคนชั่วเข้มแข็ง (ในการทำความชั่ว) แต่ผู้ศรัทธาอ่อนแอในการทำความดี"
- หัวใจที่รักความดี เกลียดความชั่ว
- มุนาฟิกหัวใจมีโรค ไม่รักษา ก็ยิ่งเพิ่มพูน
وَلَٰكِنَّ اللَّهَ حَبَّبَ إِلَيْكُمُ الْإِيمَانَ وَزَيَّنَهُ فِي قُلُوبِكُمْ وَكَرَّهَ إِلَيْكُمُ الْكُفْرَ وَالْفُسُوقَ وَالْعِصْيَانَ
49:7 แต่อัลลอฮฺทรงให้การศรัทธาเป็นที่รักแก่พวกเจ้า และทรงให้การปฏิเสธศรัทธา และความชั่วช้าและการฝ่าฝืนเป็นที่น่าเกลียดชังแก่พวกเจ้า
- อย่ากีดขวางคนอื่น ไม่ให้พบสัจธรรม
- ตักเตือนด้วยฮิกมะฮฺ
คำถาม
1- ท้ายอายะฮฺ 19
2- เราเรียกตัวเองว่า "เป็นบททดสอบ" ได้ไหม
3- ตักเตือนคนที่ไม่ให้เกียรตอัลกุรอานอย่างไร
4- ฝันแล้วจำได้ หรือจำไม่ได้
5- กล่าวรับนิกาหฺด้วยภาษาอาหรับ ประเสริฐกว่าไหม
6- ฝ่ายเจ้าสาวขอฮะดียะฮฺเพิ่ม(จากมะฮัร) ทำได้ไหม
-------------------
จากการบรรยายสามารถสรุปสาระสำคัญได้ 5 ประเด็นหลักดังนี้:
1. ความสำคัญของความสัตย์จริง (อัศศิดกฺ): การเป็นคนพูดจริงและมีชีวิตอยู่กับความจริงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์หลีกเลี่ยงการทำความชั่ว ความสัตย์จริงจะทำให้เจ้าตัวพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และหากเกิดความผิดพลาดก็มักจะมาจากเหตุสุดวิสัยไม่ใช่เจตนาทุจริต นอกจากนี้ หัวใจของคนที่มีความสัตย์จริงเปรียบเสมือน "กระจกเงา" ที่จะสะท้อนภาพความจริงรอบตัวได้อย่างตรงไปตรงมา ทำให้สามารถสัมผัสหรือเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นได้
2. ความฝัน (รุอฺยา / ฮุลุม) และการทำนายฝัน : แหล่งที่มาของความฝันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ "รุอฺยา" ซึ่งเป็นฝันที่มาจากอัลเลาะห์ มีลักษณะเด่นคือมีความชัดเจนมาก (ชัดยิ่งกว่า HD) จำรายละเอียดได้แม่นยำ และมักมาในเชิงตักเตือนหรือชี้ทางนำสู่ความดี ส่วนอีกประเภทคือ "ฮุลุม" (Hulm) คือฝันที่ไม่ได้มาจากอัลเลาะห์แต่มาจากไชตอน มักเป็นเรื่องเลอะเทอะ สร้างความหวาดกลัว ผวา และระแวง ซึ่งความฝันที่เป็นรุอ์ยานั้นถือเป็นภาษาของวิญญาณที่ใช้สื่อสารในขณะที่ร่างกายหลับใหล
3. ความรับผิดชอบในการบอกความจริงต่อสังคม: การมีคุณธรรมหรือความจริงอยู่ในตัวแต่เก็บไว้ใช้เพียงคนเดียวโดยไม่บอกต่อผู้อื่นในยามที่จำเป็นถือว่าไม่มีประโยชน์ แหล่งข้อมูลเปรียบเทียบว่า หากเราเห็นคนตาบอดกำลังจะเดินตกหลุมแต่เรานิ่งเฉยไม่เตือน ถือว่าเรามีความผิด เช่นเดียวกับการรู้หลักการศาสนาที่ถูกต้องแต่ปล่อยให้คนรอบข้างห รือครอบครัวทำความผิดโดยไม่ตักเตือน เราจะต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่นั้นในวันกิยามะฮ์
4. การแก้ไขผลงานในอดีตและการชี้นำ: เมื่อบุคคลหนึ่งกลับตัวกลับใจ (เตาบัต) จากความชั่วแล้ว เขาควรมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เคยทำไว้ในอดีตด้วย หากในอดีตเคยชักชวนเพื่อนไปทำความชั่ว เมื่อเปลี่ยนตัวเองแล้วก็ควรกลับไปชักชวนคนเหล่านั้นมาสู่ความดี เนื่องจาก ผู้ที่แนะนำสู่ความดีจะได้รับผลบุญเท่ากับผู้ที่ปฏิบัติตาม ในขณะที่ผู้ที่แนะนำสู่ความชั่วก็จะต้องรับผลบาปของคนที่ตามเขาไปด้วยเช่นกัน
5. การขัดขวางทางของอัลลอฮฺ: การตำหนิผู้ที่กีดขวางทางของอัลเลาะห์และพยายามทำให้ทางนั้น "คดเคี้ยว" การทำให้คดเคี้ยวหมายถึงการพยายามเบี่ยงเบนคำสอน บิดเบือนว่าหลักการศาสนาไม่เหมาะสมกับยุคสมัย หรือพยายามปกป้องความชั่วด้วยตรรกะที่ผิดเพี้ยน
หน้าที่ของผู้ศรัทธาคือต้องไม่ขัดขวางผู้อื่นจากการรับรู้สัจธรรม และต้องนำเสนอความสวยงามของคำสอนด้วยความเหมาะสมและมีวิทยปัญญา (ฮิกมะฮฺ)
--------------
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 90 views